#MOTIFmuse ขิม-จุฬารัตน์ #MOTIFmuse ขิม-จุฬารัตน์

Posted on Aug 14, 2018

#MOTIFmuse ขิม-จุฬารัตน์

motifmuse

ในยุคที่ใครๆ ก็ต่างอยากเป็นและอยากได้มาซึ่งฐานะเน็ตไอดอล ขิม-จุฬารัตน์ (@khimjularat) กลับเลือกเปิดเส้นทางใหม่ให้กับตัวเองในฐานะดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ของตกแต่งบ้าน ภายใต้ชื่อ ‘Marnie Home’

motifmuse

Left: In Vivia Dress
Right: Image Courtesy of @Marniehome

จุดเริ่มต้นของ ‘Marnie Home’

จริงๆ เราเรียนแฟชั่นมาก่อน ก็เคยลองทำแบรนด์แฟชั่น แต่เดี๋ยวนี้ fast fashion เทรนด์ทุกอย่างมันตาม influencer และดารา เราอยากทำอะไรที่แตกต่าง เราเลยรู้สึกว่ามันไม่ตรงกับเรา แล้วก็อยากจะต่อยอดให้กับต้นทุนที่ตัวเองมีเลยเริ่มจากนิสัยส่วนตัวของเราเอง คือเป็นคนที่ชอบทำความสะอาดบ้าน จัดระเบียบบ้าน ก็เลยแปลงมันออกมาเป็นธุรกิจ เกิดมาเป็น Marnie Home

In Aria Top and Uko Trousers

motifmuse

"เริ่มต้นจากพรมก่อน เพราะมันเป็นสิ่งที่ใช้ได้จริง"

หลายคนอาจมองว่าเอาเสื้อเก่าๆ มาเป็นพรมเช็ดเท้าก็ได้นิ แต่เรามองว่าการนำสิ่งที่เราต้องใช้อยู่แล้วทุกวันมาเพิ่มดีไซน์ มันก็สามารถเพิ่มมูลค่า เพิ่มความเก๋ให้กับไลฟ์สไตล์ของคนที่ใช้ได้ เราก็เลยเริ่มที่พรมเช็ดเท้า แล้วตอนนี้ก็แตกออกมาเป็นแจกันจิ๋วๆ ด้วยความที่กลุ่มเป้าหมายลูกค้าของเราเป็น first jobber กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งคอนเซปต์ของแบรนด์คือเราอยากให้ทุกคนมี comfort zone มีมุมสบายใจเป็นของตัวเอง เป็นมุมสวยงาม ไม่ว่าจะอยู่หอพักหรืออยู่บ้านพ่อแม่ คือตอนนี้การแต่งบ้านไม่ใช่เรื่องของคนสมัยเก่าเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องล้าสมัยหรือเรื่องเอ้าท์ เราเลยอยากให้ทุกคนมาแชร์ตรงนี้ด้วยกัน

motifmuse

Image Courtesy of @Marniehome

ทำไมถึงชื่อ ‘Marnie’

รู้สึกว่าอยากได้ชื่อที่เรียกง่าย จำง่าย ถ้ามันเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษยากๆ คนก็จะไม่จำแล้วก็ไม่เก้ต เราก็รู้สึกว่า ‘Marnie’ เนี่ย ความหมายในภาษาไทยก็คือ ‘มานี่ มานี่’ ก็คือเหมือนการเรียกค่ะ แล้วมันก็พ้องกับภาษาอังกฤษ มันดูเป็นคำที่เรียบง่าย มันพ้องรูปพ้องเสียงกันทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ก็เลยกลายมาเป็น ‘Marnie’

motifmuse

เราดูแลส่วนไหนของแบรนด์บ้าง

หลักๆ ก็คือจะเป็นดีไซเนอร์ แต่ว่าคอลเล็กชั่นใหม่ที่จะเป็นจาน เราก็มีลองให้เพื่อนๆ และคนรู้จักมาลองออกแบบให้ดู เราอยากจะลองดีไซน์ใหม่ๆบ้าง จะได้ไม่ซ้ำ แต่ว่าทุกอย่างก็ยังคงคอนเซปต์เดิม คือให้ศิลปะเป็นตัวนำ ดีไซน์แบบไหนให้ได้เข้ากับแบรนด์เรา

motifmuse

motifmuse

In Vivia Dress

สิ่งที่ยากที่สุดในการเริ่มแบรนด์

คือการที่คนรุ่นเก่าๆ ไม่ค่อยเปิดรับ เราเคยไปขายที่ Made by Legacy แล้วต่างชาติค่อนข้างให้ความสนใจมาก โดยที่เค้าไม่ได้ตั้งคำถามอะไรเลย เค้ามองว่าเป็นสิ่งที่ใหม่มากในเมืองไทย เพราะเท่าที่เห็นเราก็ยังไม่เห็นมีแบรนด์ไหนทำในเครือของ decor ที่เหมือนเรา ฝรั่งเลยค่อนข้างเปิดรับ พอเราไปขายอีกที่หนึ่ง เป็นกลุ่มคนออฟฟิส กลุ่มคนทำงาน การเดินซื้อของของเค้าเหมือนการเดินตลาดหลังเลิกงาน เค้าก็จะตัดสินมาก เค้าไม่เข้าใจว่าทำไมอ่ะ ทำไมพรมเช็ดเท้าต้องราคาขนาดนี้ มันทำจากอะไร เค้าไม่เข้าใจว่างานดีไซน์คืออะไร ทำไมต้องให้ค่ามันขนาดนี้ คือสำหรับขิม เค้าไม่ผิดนะ มันเป็นโลกคู่ขนานกันมากกว่า เค้าอาจจะคิดว่ามันเป็นสิ่งของที่ต้องใช้ ไม่จำเป็นต้องสวยงามก็ได้ การอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้คนกลุ่มนี้เข้าใจอาจจะยากและต้องใช้เวลานิดนึง

In Via Top and Mona Skirt

motifmuse

motifmuse

แรงบันดาลใจเบื้องหลัง Marnie Home

ด้วยความที่เราเรียนศิลปะมา กับการที่เรามองว่าที่ไทยมันยังไม่มีของตกแต่งบ้านที่เป็นดีไซน์กลาง เช่นถ้าเป็นลายดอกไม้ก็จะเป็นลายดอกไม้ทั้งแพทเทริน ศิลปะที่ขิมทำอยู่เรียกว่า Naïve Art คือเส้นที่ไม่ต้องเยอะ เน้นการใช้สี เน้นการใช้ฟอร์ม เรารู้สึกว่ายังไม่มีดีไซน์กลางแบบนี้ แล้วเรารู้ว่าเป็นเทรนด์ที่วัยรุ่นตอนนี้กำลังชอบ 

แล้วด้วยความที่สินค้าของเราขนาดค่อนข้างเล็ก จึงทำให้ทุกอย่างแมตช์ง่าย อยู่ซักมุมนึงก็เก๋แล้ว เราอยากให้มันเป็นศิลปะที่ใช้ได้จริง

motifmuse

Image Courtesy of @Marniehome

ไอเท็มที่ชอบที่สุดของ Marnie Home

พรมเช็ดเท้าลายไข่ดาว ตอนเราเริ่มดีไซน์ก็ไม่ค่อยมั่นใจมาก เพราะเราทำคนเดียว เราดีไซน์มาเยอะมากแล้วก็ส่งให้เพื่อนเลือกดูว่าชอบอันไหน กลายเป็นว่าไข่ดาวเป็นอันที่เพื่อนเลือกเยอะที่สุด แต่เรารู้สึกว่ามันจะเวริคหรอ มันคือไข่ดาวอ่ะ ซึ่งลายอื่นๆ ที่ทำจะค่อนข้างนามธรรมมาก ค่อนข้าง abstract เป็นลายเส้นที่ให้ไปตีความเอาเอง แต่ไข่ดาวเนี่ย มันรูปธรรมมาก มันชัดมาก ตอนออกแบบก็ค่อนข้างกังวลว่าคนจะใช้หรอ มันดูเด็กไปรึเปล่า แต่พอทำออกมา แล้วเราเห็นของจริง เรารู้เลยว่าอันนี้ขายดีแน่นอน มันเข้าใจง่าย มันกลางมาก ทั้งผู้หญิงและผู้ชายใช้ได้ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จกับการเปิดใจรับฟังคนอื่นในครั้งนี้

motifmuse

In Nino Dress

มองตัวเองใน 5 ปีข้างหน้า

อยากมีคนช่วยที่รู้ใจ มีคนจัดการในเรื่องที่เราทำไม่ได้ เช่นเรื่องเอกสาร บัญชี ดีลเรื่องธุรกิจ
อีกแง่นึงคืออยากให้โปรดักส์ของเราไปถึงพวก multi-brand store เหมือนเวลาที่เราไปเดิน Chelsea Market ที่เมืองนอก แต่อีกอย่างที่อยากทำคือเราอยากนำภูมิปัญญาไทยมาใช้ในตัวงานของเราด้วย เช่นเสื่อที่เราเห็นอยู่ทุกวัน มันอาจจะมาทำใหม่ให้ดูเก๋ได้ หรือว่าพรมเช็ดเท้าถักเปีย เรารู้สึกว่าแค่เลือกคู่สีดีๆ ก็ทำให้ดูเก๋ได้แล้ว ด้วยความที่เราเกิดและเติบโตที่ต่างจังหวัด เราเห็นของพวกนี้อยู่จนชินตา เรารู้สึกว่าจริงๆ แค่ต้องมีใครที่มีรสนิยม มี taste มากพอ ก็สามารถทำให้ของเหล่านี้ไปไกลได้แล้ว เพราะคนต่างชาติไม่เคยเห็นของเหล่านี้นิ มันวิเศษนะ เราเลยอยากจะเอาตรงนี้มาพัฒนาต่อ มันเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน และเราก็ควรสนับสนุนคนในประเทศตัวเองด้วย

ช้อปลุคของเธอ คลิ้ก

Category: News

ASK US ANYTHING!

ADD US ON LINE @MOTIF

FREE WORLDWIDE SHIPPING

VIA DHL ON ALL ORDERS!

EARN BACK 5%

EVERY TIME YOU SHOP ONLINE WITH US